วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"เยซูเชื่อว่าความเชื่อรักษาโรคได้" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”เยซูเชื่อว่าความเชื่อรักษาโรคได้” ด้วยเยซูมักสร้างความประหลาดให้กับเหล่าสาวกด้วยคำตอบที่แปลก ให้เหตุผลอันหาสาระไม่ได้ หลักฐานดังนี้

บางส่วนในไบเบี้ย
22 But Jesus turned him about, and when he saw her, he said, Daughter, be of good comfort; thy faith hath made thee whole. And the woman was made whole from that hour. (Matthew 9:22)
22 พระเยซูทรงเหลียวหลังทอดพระเนตรเห็นเข้า จึงตรัสว่า "ลูกหญิงเอ๋ย จงชื่นใจเถิดที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ" นับตั้งแต่เวลานั้น ผู้หญิงนั้นก็หายป่วยเป็นปกติ (มัทธิว 9:22)

เป็นเหตุผลที่ประหลาดแหวกแนวมากและห่างไกลจากความจริงมากมากด้วย หรือหญิงคนนั้นเป็นเพียงโรคหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล จึงหายเองได้โดยไม่ต้องกินยารักษา

คำถามคือ
1.ความเชื่อสามารถรักษาโรคได้จริงหรือ

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"พระยาห์เวห์ไม่ห้ามการสมสู่เพศเดียวกัน" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”พระยาห์เวห์ไม่ห้ามการสมสู่เพศเดียวกัน” ด้วยไม่มีโองการใดห้ามไว้ ในไบเบี้ย นอกจากเป็นที่น่ารังเกียจและให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจนตายเท่านั้น หลักฐานดังนี้

บางส่วนในไบเบี้ย
22 Thou shalt not lie with mankind, as with womankind: it is abomination. (Leviticus 18:22)
22"ท่านจะต้องไม่มีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกันอย่างที่ท่านทำกับหญิง เพราะเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ" (เลวีนิติ 18:22)

13 If a man also lie with mankind, as he lieth with a woman, both of them have committed an abomination: they shall surely be put to death; their blood shall be upon them. (Leviticus 20:13)
13 ชายใดนอนกับผู้ชายเหมือนอย่างกับผุ้หญิง ทั้งสองคนทำผิดในสิ่งอันพึงรังเกียจ ทั้งสองคนนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตายแน่ๆ ที่พวกเขาต้องตายนั้นพวกเขาเองเป็นผู้รับผิดชอบ (เลวีนิติ 20:13)

บทลงโทษไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะลงโทษเมื่อไหร่ อย่างไร นั้นหมายความว่า ถ้าทั้งคู่แก่ตายก็หมายความว่าเขาทั้งคู่ได้รับผิดชอบในสิ่งที่ทำร่วมกันแล้ว

คำถามคือ
1.รักร่วมเพศสามารถทำได้ พระยาเวห์พระเจ้าผีไม่ห้าม ถ้าทั้งคู่แก่ตาย ใช่หรือไม่

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"อัลลอฮฺไม่ห้ามการสมสู่เพศเดียวกัน" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”อัลลอฮฺไม่ห้ามการสมสู่เพศเดียวกัน” ด้วยไม่มีโองการใดห้ามไว้ นอกจากสมสู่ด้วยอวัยวะเพศทางทวารหนัก แต่ถ้าท่านไม่เชื่อนะบีลูฎ อัลลอฮฺก็ไม่ได้ห้ามไว้ หลักฐานดังนี้

บางส่วนในกุรอาน
81”Verily, you practice your lusts on men instead of women. Nay, but you are a people transgressing beyond bounds (by committing great sins).” (Surah7. Al-A’raf, Part8)
81แท้จริงพวกท่านจะสมสู่เพศชายด้วยตัณหาราคะอื่นจากเพศหญิง (มีตัณหาราคะในเพศชายมากกว่าเพศหญิง) ยิ่งกว่านั้นพวกท่านยังเป็นพวกที่ละเมิดขอบเขตด้วย (ซูเราะฮฺที่7, อัล-อะอฺรอฟ, ญุซอฺที่8)

165”Go you in unto the males of the Alamin (mankind), (Surah26. Ash-Shu’ara, Part19)
165พวกท่านเข้าหาผู้ชายในหมู่ผู้คนทั้งหลายกระนั้นหรือ (คือพวกท่านร่วมสังวาสกับบรรดาผู้ชายทางทวารหนักกระนั้นหรือ พวกท่านเท่านั้นที่กระทำการอันน่าเกลียดในหมู่มนุษยชาติทั้งหลาย) (ซูเราะฮฺที่26, อัชชุอะรออฺ, ญุซอฺที่19)

166”And leave those whom Allah has created for you to be your wives? Nay, you are a trespassing people!” (Surah26. Ash-Shu’ara. Part19).
166และพวกท่านปล่อยทิ้ง สิ่งที่พระเจ้าของพวกท่านทรงบังเกิดมาสำหรับพวกท่าน คือภรรยาของพวกท่าน (พวกท่านไม่ปฏิบัติในสิ่งที่พระเจ้าของพวกท่านได้อนุมัติให้ คือการหาความสุขกับบรรดาภรรยาของพวกท่าน) (ซูเราะฮฺที่26, อัชชุอะรออฺ, ญุซอฺที่19)

55”Do you practice your lusts on men instead of women? Nay, but you are a people who behave senselessly.” (Surah27. An-Naml, Part20)
55แท้จริงพวกท่านสมสู่พวกผู้ชายด้วยตัณหาแทนพวกผู้หญิงกระนั้นหรือ ยิ่งกว่านั้นพวกท่านเป็นหมู่ชนที่โง่เขลา (ชอบกระทำสิ่งลามก แทนสิ่งที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติ) (ซูเราะฮฺที่27, อันนัมลฺ, ญุซอฺที่20)

56There was no other answer given by his people except that they said: “Drive out the family of Lut (Lot) form your city Verily, these are men who want to be clean and pure!” (Surah27. An-Naml, Part20)
56ดังนั้น คำตอบของหมู่ชนของเขาไม่เป็นอย่างอื่น นอกจากกล่าวว่า จงให้ตระกูลของลูฏ ออกจากหมู่บ้านของพวกท่าน แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนผู้บริสุทธิ์ (คือพวกเขากล่าวเยาะเย้ยว่า ตระกูลของลูฏเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนพวกเขาเป็นพวกสกปรกเพราะกระทำการลามก ดังนั้นจึงเป็นข้ออ้างที่จะต้องขับไล่ตระกูลลูฏออกไปให้พ้นจากการกระทำของพวกเขา) (ซูเราะฮฺที่27, อันนัมลฺ, ญุซอฺที่20)

29”Verily, you practice sodomy with men and rob the wayfarer (travelers)! And practice Al-Munkar (disbelief and polytheism) and every kind of evil wicked deed) in your meetings.” But his people gave no answer except that they said: “Bring Allah’s Torment upon us if you are one of the truthful.” (Surah29. Al-Ankabut, Part20)

29แท้จริงพวกท่านสมสู่พวกผู้ชาย (สมสู่พวกผู้ชายด้วยกันทางทวารหนัก) และปล้นบนทางหลวงกระนั้นหรือ และกระทำอนาจารในที่ชุมชนของพวกท่าน (ทำอนาจารอย่างเปิดเผยในที่ชุมชนอย่างสนุกสนาน) แต่คำตอบของหมู่ชนของเขามิใช่อื่นใดนอกจากกล่าวว่า จงนำการลงโทษของอัลลอฮฺให้แก่พวกเราซิ (เป็นการกล่าวเยาะเย้ยและท้าทายนะบี ลูฎน้องชายของอิบรอฮิม) หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง (ซูเราะฮฺที่29, อัลอังกะบูต, ญุซอฺที่20)

ชายอิสลามสามารถใช้ปากหาความสำราญได้ไม่ผิดโองการแต่อย่างใด และไม่ปรากฎบทลงโทษใดเลยแสดงว่า อัลลอฮฺพระเจ้าผีไม่ได้ห้ามไว้ชัดเจน

คำถามคือ
1.เลสเปี้ยน อยู่ในขอบเขตนี้หรือไม่

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"อัลลอฮฺนิยมซ่อมแซมมัสยิดในมักกะฮฺ" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”อัลลอฮฺนิยมซ่อมแซมมัสยิดในมักกะฮฺ” ด้วยมัสยิดในดินแดนตะวันออกกลางต้องการการบูรณะและบำรุงรักษา อัลลอฮฺพระเจ้าผีไม่นิยมสร้างมัสยิดนอกมักกะฮฺ เพราะไม่ใช่สถานที่ที่พระเจ้าผีทรงใช้ตัดสินมนุษย์ในวันกิยามะ

บางส่วนในกุรอาน
19 Do you consider the providing of drinking water to the pilgrims and the maintenance of Al-Masjidal-Haram (at Makkah) as equal to the worth of those who believe in Allah and the Last Day, and strive hard and fight in the Cause of Allah? They are not equal before Allah. And Allah guides not those people who are the Zalimun (polythesists and wrong-doers). (Surah9. At-Taubah, Part10)
19 พวกเจ้าได้ถือเอาการให้น้ำดื่ม แก่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ และการบูรณะมัสยิดอัล-ฮะรอม (คือซ่อมแซมอัล-มัสยิดิล ฮะรอม ทั้งนี้เป็นการอ้างของชาวมักกะฮฺ และถือเป็นคุณความดีของพวกเขาเท่าเทียมกับผู้ศรัทธา) ดั่งผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และวันปรโลก และต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ เขาเหล่านั้นย่อมไม่เท่าเทียมกัน ณ ที่อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงแนะนำกลุ่มชนที่เป็นผู้อธรรม (ซูเราะฮฺที่9, อัต-เตาบะฮฺ, ญุซอฺที่10)

ชัดเจนแล้วว่า อัลลอฮฺนิยมซ่อมแซมมัสยิดในมักกะฮฺ มูฮัมมัดเป็นพยานเรื่องนี้

คำถามคือ
1.บริจาคเงินบำรุงมัสยิดในมักกะฮฺ ดีกว่าสร้างใหม่ ใช่หรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"อัลลอฮฺสนับสนุนการทำสงคราม" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”อัลลอฮฺสนับสนุนการทำสงคราม” ด้วยมนุษย์ต่างความเชื่อ ต่างความคิดเห็น อัลลอฮฺต้องการกำจัดความเชื่ออื่น ที่เป็นอุปสรรคต่ออิสลาม ตามหลักฐานดังนี้

บางส่วนในกุรอาน
191 And kill them wherever you find them, and turn them out from where they have turned you out. And Al-Fitnah is worse than killing. And fight not with them at Al-Masjid-Al-Haram (the sanctuary at Makkah) unless they (first) fight you there. But if they attack you, then kill them. Such is the recompense of the disbelievers. (Surah2. Al-Baqarah, Part2)
191 และจงประหัตประหารพวกเขา ณ ที่ใด ก็ตามที่พวกเจ้าพบพวกเขา (ขณะที่บรรดามุมินจะเข้ามักกะฮฺเพื่อทำอุมเราะฮฺใช้ ตามที่ได้ตกลงไว้แก่ชาวกุไรซฺนั้น พวกเขาเกรงว่าจะถูกขัดขวางจากชาวกุไรซฺเพราะไม่แน่ใจว่าพวกกุไรซฺจะรักษาสัญญาที่ได้กระทำกันไว้ ณ ตำบลฮุดัยบิยะฮฺซึ่งฝ่ายมุมินไม่ปราถนาที่จะทำการต่อสู้ขณะที่อยู่ในอิหฺรอมและในเดือนอัล-ฮะรอม ซึ่งเป็นเดือนต้องห้ามในการสู้รบกัน แล้วอัลลอฮฺก็ทรงอนุญาตให้พวกเขากระทำได้ถ้าฝ่ายกุไรซฺรุกราน) และจงขับไล่พวกเขาออกจากที่ที่พวกเขาเคยขับไล่พวกเจ้าออก และการก่อความวุ่นวาย (“การก่อความวุ่นวาย”อาหรับเรียก”อัล-ฟิตนะฮฺ”หรือการให้ภาคีแก่อัลลอฮฺหรือการเคารพสักการะเจว็ด) นั้น ร้ายแรงยิ่งกว่าการประหัตประหารเสียอีก และจงอย่าสู้รบกับพวกเขา ณ อัล-มัสยิดิลฮะรอม จนกว่าพวกเขาจะทำร้าย (“ทำร้าย”อาหรับเรียก”กอตะละ”หรือสู้รบหรือต่อสู้หรือทำสงครามหรือทำร้ายหรือรุกราน) พวกเจ้าในที่นั้น หากพวกเขาทำร้ายพวกเจ้าแล้ว ก็จงประหัตประหารพวกเขาเสียเช่นนั้นแหละคือการตอบแทนแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธา

ชัดเจนแล้วว่า อัลลอฮฺสนับสนุนการทำสงครามการฆ่าคนต่างความเชื่อแม้แต่ศาสนาเดียวกัน มูฮัมมัดเป็นพยานเรื่องนี้

คำถามคือ
1.การฆ่ามนุษย์ที่มีความเห็นต่าง แล้วได้ไปสวรรค์กับอัลลอฮฺใช่หรือไม่

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"เยซูอ้างตนเป็นพระเจ้าผีที่มีสภาพของมนุษย์" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”เยซูอ้างตนเป็นพระเจ้าผีที่มีสภาพของมนุษย์” ด้วยการไม่ยึดติดกับภาวะความเป็นเทพเจ้า เยซูจึงลงมาเกิดเป็นบุตรของมนุษย์ ตามหลักฐานดั่งนี้

บางส่วนในไบเบี้ย
Let this mind be in you, which was also in Christ Jesus (Philippians 2:5)
5 จงมีจิตใจเช่นนี้ในพวกท่านเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 2:5)

6 Who, being in the form of God, thought it not robbery to be equal with God: (Philippians 2:6)
6 ผู้ทรงสภาพเป็นพระเจ้าผี ไม่ทรงถือว่าความทัดเทียมกับพระเจ้าผีเป็นสิ่งที่จะต้องยึดไว้ (ฟิลิปปี 2:6)

7 But made himself of no reputation, and took upon him the form of a servant, and was made in the likeness of men: (Philippians 2:7)
7 แต่ทรงสละพระองค์เองและทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์และทรงปรากฏอยู่ในสภาพมนุษย์ (ฟิลิปปี 2:7)

8 And being found in fashion as a man, he humbled himself, and became obedient unto death, even the death of the cross (Philippians 2:8)
8 พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งตายบนต้นตีนกา (ฟิลิปปี 2:8)

9 Wherefore God also hath highly exalted him, and given him a name which is above every name (Philippians 2:9)
9 เพราะฉะนั้นพระเจ้าผีจึงทรงยกพระองค์ขึ้นสูงสุด และประทานพระนามเหนือนามทั้งหมดแก่พระองค์ (ฟิลิปปี 2:9)

ชัดเจนว่าเยซูเป็นมนุษย์และเหล่าสาวกต้องนับถือบูชา คลั่งไคล้ในเยซูผู้ไถ่บาปให้ท่าน เพราะทรงถูกแขวนคอตายบนต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายกากบาท (cross)

คำถามคือ
1.ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเยซูไถ่บาปให้ท่าน

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"พระเจ้าผีบังคับห้ามนับถือผีชนิดอื่น" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี”พระเจ้าผีบังคับห้ามนับถือผีชนิดอื่น” เนื่องด้วยเป็นการแย่งชิงมวลชนและสะสมสาวกเพื่อความเป็นเจ้าลัทธิ พระเจ้าผีจึงบังคับให้สาวกยำเกรงตนเท่านั้น หลักฐานดังนี้

บางส่วนในไบเบี้ย
17 For the LORD your God is God of gods, and Lord of lords, a great God, a mighty, and a terrible, which regardeth not persons, nor taketh reward: (Deuteronomy 10:17)
17 เพราะว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าผีของท่านทรงเป็นพระเจ้าผีของพระทั้งปวง และทรงเป็นจอมเจ้านาย ทรงเป็นพระเจ้าผีที่ยิ่งใหญ่ ทรงฤทธิ์และน่าเกรงกลัว ทรงปราศจากอคติ และไม่ทรงรับสินบน. (เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17)

เป็นพระเจ้าผีเหนือเทพเจ้าใดๆ ทั้งสิ้น ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งปวง ทรงเป็นพระเจ้าผีที่ยิ่งใหญ่ ทรงพระอานุภาพและ่น่าสะพรึงกลัว ทรงหลอนหลอกเหล่าสาวกให้ยำเกรง

คำถามคือ
1.กลัวพระเจ้าผีทำไมครับ