วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"ทั้งเยซูและมูฮัมมัดประกอบอาชีพบุรุษไปรษณีย์ (Messenger)" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี"ทั้งเยซูและมูฮัมมัดประกอบอาชีพบุรุษไปรษณีย์(messenger)"ทั้งเยซูและมูฮัมมัดประกอบอาชีพ Messenger (ผู้ถือจดหมาย) หลักฐานมีทั้งในกุรอานและไบเบี้ยซึ่งนับว่าเก่าแก่เท่าที่ได้รับการบันทึกเป็นตัวอักษร ใครควรได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งไปรษณีย์สากล

บางส่วนของกุรอ่าน.
40. Muhammad is not the father of any of your men, but he is the Messenger of Allah and the last (end) of the Prophets. And Allah is Ever All-Aware of everything. (Surah33. Al-Ahzab, Part22).
40. มุฮัมมัดมิได้เป็นบิดาผู้ใดในหมู่บุรุษของพวกเจ้า แต่เป็นรอซูล (ผู้นำสารจากพระเจ้าหรือบุรุษไปรษณีย์)ของอัลลอฮฺและคนสุดท้ายแห่งบรรดานะบี และอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ทุกสิ่ง. (ซูเราะฮฺที่33, อัลอะหฺซาบ, ญุซอฺที่22).

บางส่วนไบเบี้ย
18 I will raise them up a Prophet from among their brethren, like unto thee, and will put my words in his mouth; and he shall speak unto them all that I shall command him. (Deuteronomy 18:18).
18เราจะให้มีผู้เผยพระวจนะ (โปรเฝทหรือผู้เผยแพร่คำพูดของพระเจ้าผี) อย่างเจ้า(เยซู)เกิดขึ้นในหมู่พวกพี่น้องของเขา และเราจะใส่ถ้อยคำของเราในปากของเขาและเขาจะกล่าวทุกสิ่งที่เราบัญชาเขาไว้นั้นแก่พวกเขา. (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:18).

นี้ก็คือหลักฐานที่ยืนยันได้อีกว่า ทั้งเยซูและมูฮัมมัดเป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง
ท่านใดจะแย้งผมเชิญครับหาหลักฐานที่ชัดแจ้งและตรงประเด็นจากกุรอ่านหรือไบเบี้ยหรือจะดีเบตกันได้ที่ http://buddhist.createdebate.com.

คำถามคือ
1.เยซูเป็นทั้งร่างทรงและผู้ถือสาร ใช่หรือไม่
2.ทำไมเยซูถึงประกาศตนว่าสามารถไถ่บาปให้ผู้อื่นได้แต่มูฮัมมัดไม่.

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"อิสลามปฏิเสธหลักตรีเอกานุภาพของคริสต์" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี"อิสลามปฎิเสธหลักตรีเอกานุภาพของคริสต์" โดยตรีเอกานุภาพหรือ สามองค์คือองค์เดียว ได้แก่ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
โดยทั้งพระเยซูและพระแม่มารีไม่มีค่าเพียงพอสำหรับอิสลามและอิสลามปฏิเสธการกราบไหว้พระเยซูและพระแม่มารี หลักฐานดังนี้

บางส่วนในกุรอาน
116. And (remember) when Allah will say (on the Day of Resurrection): “O ‘Isa (Jesus), son of Maryam (Mary)! Did you say unto men: ‘Worship me and my mother as two gods besides Allah?’ “He will say: “Glory be to You! It was not for me to say what I had no right (to say). Had I said such a thing, You would surely have known it. You know what is in my inner-self though I do not know what is in Yours; truly, You, only You, are the All-Knower of all that is hidden (and unseen). (Surah5. Al-Ma’idah, Part7)
116.และจงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮฺ ตรัสว่าอีซาบุตรของมัรยัม เอ๋ย (ทรงใช้ให้ท่านนะบีมุฮัมหมัดรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮฺจะตรัสแก่นะบีอีซาในวันกิยามะฮฺ) เจ้าพูดแก่ผู้คนกระนั้นหรือว่า จงยึดถือฉันและมารดาของฉันเป็นที่เคารพสักการะทั้งสองอื่นจากอัลลอฮฺ (เป็นการยืนยันว่า นะบีอีซามิได้ประกาศแก่ชาวคริสต์ว่า ท่านและมารดาของท่านเป็นที่เคารพสักการะของพวกเขา ดังนั้นการที่พวกเขาอ้างว่า นะบีอีซาเป็นพระเจ้าก็ดี หรือ พระบุตรก็ดี จึงเป็นเรื่องกุขึ้นจากพวกคริสต์เอง ซึ่งเป็นความผิดอันมหันต์ที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ
) เขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์ พระองค์ท่าน ไม่เคยแก่ข้าพระองค์ที่จะกล่าวสิ่งที่มิใช่สิทธิของข้าพระองค์ หากข้าพระองค์เคยกล่าวสิ่งนั้นแน่นอนพระองค์ย่อมรู้ดี โดยที่พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่ในใจของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในใจของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย. (ซูเราะฮฺที่5, อัล-มาอิดะฮฺ, ญุซอฺที่7)

73. Surely, disbelievers are those who said: “Allah is the third of the three (in a Trinity).” But there is no Ilah (god) (none who has the right to be worshipped) but One Ilah (God-Allah). And if they cease not from what they say, verily, a painful torment will befall on the disbelievers among them. (Surah5. Al-Ma’idah, Part6)
73. แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่าอัลลอฮฺเป็นผู้ที่สามของสามองค์ นั้นได้ตกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากผู้ที่ควรเคารพสักการะองค์เดียวเท่านั้น และหากพวกเขามิหยุดยั้งจากสิ่งที่พวกเขากล่าว แน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธาในหมู่พวกเขานั้นจะต้องประสบการลงโทษอันเจ็บแสบ.(ซูเราะฮฺที่5, อัล-มาอิดะฮฺ, ญุซอฺที่6)

74. Will they not turn with repentance to Allah and ask His Forgiveness? For Allah is Oft-Forgiving, Most Merciful. (Surah5. Al-Ma’idah, Part6)
74. พวกเขาจะไม่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺ และขออภัยโทษต่อพระองค์กระนั้นหรือและอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ. (ซูเราะฮฺที่5, อัล-มาอิดะฮฺ, ญุซอฺที่6)

75. The Messiah [‘Isa (Jesus)], son of Maryam (Mary), was no more than a Messenger; many were the Messengers that passed away before him. His mother [Maryam (Mary)] was a Siddiqah [i.e. she believed in the Words of Allah and His Books]. They both used to eat food (as any other human being, while Allah does not eat). Look how We make the Ayat (proofs, evidences, verses, lessons, signs, revelations, etc.) clear to them; yet look how they are deluded away (from the truth). (Surah5. Al-Ma’idah, Part6).
75. อัล-มะชีหฺบุตรของมัรยัม (นะบีอีซา อะลัยอิสสลาม) นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นรอซูลคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งบรรดารอซูลก่อนเขาก็ได้ล่วงลับไปแล้ว และมารดาของเขานั้นคือหญิงที่มีสัจจะวาจา ซึ่งทั้งสองนั้นรับประทานอาหาร (อัลลอฮฺไม่กินอาหารแบบมนุษย์) จงดูเถิด (มุฮัมมัด) ว่าอย่างไรเล่าที่เราได้แจกแจงโองการต่างๆ แก่พวกเขา และจงดูเถิดว่า อย่างไรเล่าพวกเขาจึงถูกหันเหไปได้. (ซูเราะฮฺที่5, อัล-มาอิดะฮฺ, ญุซอฺที่6)

114. ‘Isa (Jesus), son of Maryam (Mary), said: “O Allah, our Lord! Send us from the heaven a table spread (with food) that there may be for us-for the first and the last of us- a festival and a sign from You; and provide us with sustenance, for You are the Best of sustainers.” (Surah5. Al-Ma’idah, Part7).
114. อีซาบุตรของมัรฺยัม ได้กล่าวว่า ข้าแต่อัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าของพวกข้าพระองค์โปรดได้ทรงประทานลงมาแก่พวกข้าพระองค์ ซึ่งสำรับอาหารจากฟากฟ้าด้วยเถิด จะได้เป็นวันรื่นเริงแก่พวกข้าพระองค์ ทั้งแก่คนแรกของพวกข้าพระองค์ และแก่คนสุดท้ายของพวกข้าพระองค์ และจะได้เป็นสัญญาณหนึ่ง จากพระองค์ และโปรดได้ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกข้าพระองค์ด้วยเถิด และพระองค์นั้นคือ ผู้ที่ดีเยี่ยมในหมู่ผู้ประทานปัจจัยยังชีพทั้งหลาย. (ซูเราะฮฺที่5, อัล-มาอิดะฮฺ, ญุซอฺที่7)

สาระสำคัญคือ
คริสต์กุเรื่อง นะบีอีซาเป็นพระเจ้าก็ดี หรือ พระบุตรก็ดี โดยที่นะบีอีซามิได้ประกาศแก่ชาวคริสต์เลย

คำถามคือ
1.การกุเรื่องเยซูของพวกคริสต์เองเป็นความผิดอันมหันต์ที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ ใช่หรือไม่
2.คาทอลิกเสริมแต่งเรื่องเยซูเกินความเป็นจริง ใช่หรือไม่
3.สามองค์นั้นคือ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ใช่หรือไม่
4.พระบิดาคืออัลลอฮฺ พระบุตรคือนะบีอีซา พระวิญญาณบริสุทธิ์คือ พระบิดาสิงอยู่ในพระบุตร ใช่หรือไม่
5.แต่ละองค์ในสามองค์เป็นพระเจ้าเต็มบาท มิใช่ส่วนหนึ่งของพระเจ้า ใช่หรือไม่
6.พระบิดาคืออัลลอฮฺ พระบุตรคืออัลลอฮฺ พระวิญญาณบริสุทธิ์คือ อัลลอฮฺ ใช่หรือไม่

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"นบีอีซาเป็นมนุษย์กึ่งผี" หลักฐานชัด


ผมขอเสนอทฤษฎี"นะบีอีซาเป็นมนุษย์กึ่งผี"เพราะกุรอานระบุชัดว่านะบีอีซาเป็นมนุษย์ แต่ไบเบี้ยกลับระบุเพิ่มเติมว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้าผี ดังหลักฐานดังนี้

บางส่วนในกุรอาน
45. (Remember) when the angels said: “O Maryam (Mary)! Verily, Allah gives you the glad tidings of a Word [“Be!”-and he was! i.e. ‘Isa (Jesus) the son of Maryam (Mary)] from Him, his name will be the Messiah ‘Isa (Jesus), the son of Maryam (Mary), held in honour in this world and in the Hereafter, and will be one of those who are near to Allah.”(Surah3. Al-Imran, Part3)
45. จงรำลึกถึงขณะที่มะลาอิกะฮฺกล่าวว่า มัรฺยัมเอ๋ย แท้จริงอัลลอฮฺทรงแจ้งข่าวดีแก่เธอซึ่งพจมานหนึ่ง (บุตรของนางเกิดจากพระวาจาของพระองค์ว่า “จงเกิดขึ้น”) จากพระองค์ ชื่อของเขาคือ อัลมะชีหฺ อีซาบุตรของมัรฺยัม โดยที่เขาจะเป็นผู้มีเกียรติในโลกนี้ และปรโลก และจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิด (อัลลอฮฺ) (ซูเราะฮฺที่3, อาละอิมรอน, ญุซอฺที่3)

บางส่วนในไบเบี้ย
30. I and Father are one. (John 10:30)
30. เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ยอห์น 10:30)

33 The Jews answered him, saying, For a good work we stone thee not; but for blasphemy; and because that thou, being a man, makest thyself God. (John10:33)
33 พวกยิวทูลตอบพระองค์ว่าเราจะขว้างท่านไม่ใช่เพราะการดีใดๆ แต่เพราะการพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าผี เพราะท่านเป็นเพียงมนุษย์แต่ตั้งตัวเป็นพระเจ้าผี(ยอห์น 10:33)

22. Ye men of Israel, hear these words; Jesus of Nazareth, a man approved of God among you by miracles and wonders and signs, which God did by him in the midst of you, as ye yourselves also know: (Act 2:22)
22. ท่านทั้งหลายผู้เป็นชนชาติอิสราเอล จงฟังเรื่องต่อไปนี้ คือ เยซูแห่งนาซาเร็ธผู้ที่พระเจ้าทรงรับรองต่อท่านทั้งหลาย โดยการแสดงอิทธิฤทธิ์ แสดงอัศจรรย์และหมายสำคัญต่างๆ ที่พระเจ้าได้ทรงทำโดยพระองค์ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ดังที่พวกท่านทราบอยู่แล้ว. (กิจการของอัครฑูต 2:22)

12.Then the band and the captain and officers of the Jews took Jesus, and bound him, (John 18:22)
12.พวกพลทหารกับนายทหารและเจ้าหน้าที่ของพวกยิวจึงจับพระเยซูมัดไว้. (ยอห์น 18:12).

ทฤษฎี"นะบีคือมนุษย์กึ่งผี" ของผมยังคงอยู่ ยังไม่มีใครหาหลักฐานที่ชัดแจ้งจากทั้งกุรอานและไบเบี้ยมาแย้งได้

คำถามคือ
1.เยซูเป็นมนุษย์กึ่งเทพใช่หรือไม่ (ทำไมต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้าผี).

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"คริสต์และอิสลาม นับถือผี" หลักฐานชัด

ทั้งคริสต์และอิสลามต่างก็นับถือผีหรือพระเจ้าผีเพราะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ใดๆเลยว่าพระเจ้าผีมีตัวตน ดังหลัีกฐานดังนี้ครับ

บางส่วนในกุรอาน
64. Say (O Muhammad) “O people of the Scripture (Jews and Chirstians): Come to a word that is just between us and you, that we worship none but Allah (Alone), and that we associate no partners with Him, and that none of us shall take others as lords besides Allah. Then, if they turn away, say: “Bear witness that we are Muslims.” (Surah3.Al-‘Imran, Part3).
64. จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า โอ้บรรดาผู้ได้รับคัมภีร์ (ยิวและคริสต์) จงมายังถ้อยคำหนึ่งซึ่งเท่าเทียมกันระหว่างเราและพวกท่าน คือว่าเราจะไม่เคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น และเราจะไม่ให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และพวกเราบางคนก็จะไม่ยึดถืออีกบางคนเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮฺ แล้วหากพวกเขาผินหลังให้ ก็จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงเป็นพยานด้วยว่าแท้จริงพวกเราเป็นผู้น้อมตาม. (ซูเราะฮฺที่3, อาละอิมรอน, ญุซอฺที่3)

51. And Allah said (O mankind!):”Take not ilahain (two gods in worship). Verily, He(Allah) is (the) only One Ilah (God). Then, fear Me (Allah) much [and Me (Alone), i.e. be away from all kinds of sins and evil deeds that Allah has forbidden and do all that Allah has ordained and worship none but Allah](Surah 16. An-Nahl, Part14)
51.และอัลลอฮฺตรัสว่า พวกเจ้าอย่ายึดถือพระเจ้าสององค์ แท้จริงพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เฉพาะข้าเท่านั้นที่พวกเจ้าต้องเกรงกลัว (ซูเราะฮฺที่16, อันนะหฺลฺ, ญุซอฺที่14)

บางส่วนในไบเบี้ย
25 And God made the beast of the earth after his kind, and cattle after their kind, and every thing that creepeth upon the earth after his kind: and God saw that it was good. (Genesis 1:25)
25 พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และสัตว์ต่างๆ ที่เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินตามชนิดของมัน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี. (ปฐมกาล 1:25)

22 And the LORD God said, Behold, the man is become as one of us, to know good and evil: and now, lest he put forth his hand, and take also of the tree of life, and eat, and live for ever: (Genesis3:22)
22แล้วพระยาห์เวห์พระเจ้าผีตรัสว่า “ดูสิ มนุษย์กลายเป็นเหมือนผู้หนึ่งในพวกเราแล้ว โดยที่รู้ความดีและความชั่ว บัดนี้ อย่าปล่อยให้เขายื่นมือไปหยิบผลจากต้นไม้แห่งชีวิตมากินด้วย แล้วมีอายุยืนชั่วนิรันดร์”(ปฐมกาล 3:22)

หากสังเกตุจะพบคำว่า god ซึ่งแปลว่า พระเจ้าผีไม่มีตัวตนที่ชัดแจ้ง
นี้คือหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฏี คริสต์และอิสลามนับถือผี
ผมขอเสนอทฤษฏีว่า "คริสต์และอิสลามนับถือผี"
ท่านใดจะแย้งผมเชิญครับ ขอหลักฐานในไบเบี้ยและกุรอ่านพร้อมคำแปลและฉบับที่ท่านนำมาอ้างด้วยนะครับว่าพระเจ้าผีมีตัวตนจับต้องได้

คำถามคือ
1.นี้คือลัทธินับถือผีที่ใหญ่ที่สุดในโลกใช่หรือไม่

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"คาทอลิกในไทยบิดเบือนไบเบี้ย" หลักฐานชัด


คาทอลิกในไทยบิดเบือนไบเบี้ย(biblia)เพราะไม่พบคำว่า crucify ที่แปลว่า ยึด, ตรึงหรือติดไม่สามารถแกว่งไปแกว่่งมาได้ ในฉบับคิงส์ เยมส์ พบแต่คำว่า hang ที่แปลว่า แขวน, ตรึงหรือติดสามารถแกว่งไปแกว่งมาได้ หลักฐานตามนี้ครับ

บางส่วนในไบเบี้ย
ต้นฉบับของ King James (KJV).
30 The God of our fathers raised up Jesus, whom ye slew and hanged on a tree. (Acts 5:30)
ฉบับแปลของโปรแตสแตนท์ในไทย
30 พระเยซูผู้ซึ่งพวกท่านฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้นั้น พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงให้เป็นขึ้นมาแล้ว (กิจการของอัครฑูต5:30)
ฉบับแปลของคาทอลิกในไทย
30 พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าที่ท่านทั้งหลายประหารโดยตรึงบนไม้กางเขน นั้นกลับคืนพระชนมชีพ (กิจการของอัครฑูต5:30)

ต้นฉบับของ King James (KJV).
39 And we are witnesses of all things which he did both in the land of the Jews, and in Jerusalem; whom they slew and hanged on a tree (Acts 10:39)
ฉบับแปลของโปรแตสแตนท์ในไทย
39 เราคือสักขีพยานของกิจการทั้งหมดที่พระองค์ทรงทำในแคว้นยูเดียและในกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาฆ่าพระองค์โดยแขวนไว้ที่ต้นไม้ (กิจการของอัครฑูต 10:39)
ฉบับแปลของคาทอลิกในไทย
39 เราทั้งหลายเป็นพยานยืนยันถึงกิจการทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในเขตแดนของชาวยิวและที่กรุงเยรูซาเล็ม เขาประหารพระองค์โดยตรึงบนไม้กางเขน (กิจการของอัครฑูต 10:39)

ต้นฉบับของ King James (KJV).
29 And when they had fulfilled all that was written of him, they took him down from the tree, and laid him in a sepulchre. (Acts 13:29)
ฉบับแปลของโปรแตสแตนท์ในไทย
29 เมื่อพวกเขาทำทุกอย่างสำเร็จตามที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์แล้ว จึงเอาพระศพลงมาจากต้นไม้และวางไว้ในอุโมงค์. (กิจการของอัครฑูต 13:29)
ฉบับแปลของคาทอลิกในไทย
29 เมื่อทำให้ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์เป็นจริงแล้วเขาจึงปลดพระองค์ลงจากไม้กางเขนและนำไปวางไว้ในพระคูหา. (กิจการของอัครฑูต 13:29)

ประเด็นอยู่ที่ไม่พบคำว่า Crucify ในต้นฉบับของ King James เลย
นี้คือหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฏี นะบีอีซาถูกแขวนคอไม่ใช่ถูกตรึงตีนกา
ผมขอเสนอทฤษฏีว่า "คาทอลิกในไทยบิดเบือนไบเบี้ย"
ท่านใดจะแย้งผมเชิญครับ ขอหลักฐานในไบเบี้ยและกุรอ่านพร้อมคำแปลและฉบับที่ท่านนำมาอ้างด้วยนะครับ


คำถาม
1.ไบเบี้ยฉบับพันธสัญญาใหม่ของคาทอลิกมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าของโปรแตสแตนท์ ใช่หรือไม่
2. ไบเบี้ยของคาทอลิก น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากกุรอานของอิสลาม ใช่หรือไม่

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"ไม้ตีนกามาจากกุรอานไม่ใช่ไบเบี้ย" หลักฐานชัด


ไม้ตีนกา(กางเขน)มาจากกุรอาน(quran)ไม่ใช่ไบเบี้ย(biblia) หลักฐานชัด

คำว่า crucify พบในกุรอาน แต่ไม่พบในไบเบี้ยฉบับ คิงส์ เจมส์เลย นี้เป็นหลักฐานเพิ่มอีกชิ้นหนึ่งที่พิสูจน์ว่า ทฤษฎี"นะบีอีซาถูกแขวนคอไม่ใช่ถูกตรึงตีนกา" ยิ่งค้นคว้ายิ่งค้นพบว่า โรมันคาทอลิกรับอิทธิพลการประพันธ์พันธสัญญาใหม่มาจากคัมภีร์กุรอานของอิสลาม

บางส่วนจากกุรอาน
157. And because of their saying (in boast), “We killed Messiah ‘Isa(Jesus), son of Maryam (Mary), the Messenger of Allah,”-but they killed him not, nor crucified him, but the resemblance of ‘Isa (Jesus) was put over another man (and they killed that man), and those who differ therein are full of doubts. They have no (certain) knowledge, they follow nothing but conjecture. For surely; they killed him not [i.e.’Isa (Jesus), son of Maryam (Mary)]: (Surah 4. An-Nisa’ Part6)
157. และการที่พวกเขากล่าวว่า แท้จริงพวกเราได้ฆ่า อัล-มะชีหฺ อีซา บุตรของมัรฺยัม รอซูลของอัลลอฮฺ และพวกเขาหาได้ฆ่าอีซา และหาได้ตรึงเขาบนไม้ตีนกา (กางเขน) ไม่ แต่ทว่าเขาถูกให้เหมือนแก่พวกเขา และแท้จริงบรรดาผู้ที่ขัดแย้งในตัวเขานั้น แน่นอนย่อมอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับเขา พวกเขาหามีความรู้ใดๆ ต่อเขาไม่นอกจากคล้อยตามความนึกคิดเท่านั้น และพวกเขามิได้ฆ่าเขาด้วยความแน่ใจ (อีซา) (ซูเราะฮฺที่4, อัน-นิซาอฺ, ญุซอฺที่6)

บางส่วนจากไบเบี้ย
30.The God of our fathers raised up Jesus, whom ye slew and hanged on a tree. (Acts 5:30)
30.พระเยซูผู้ซึ่งพวกท่านฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้นั้น พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงให้เป็นขึ้นมาแล้ว. (กิจการของอัครฑูต 5:30)

จากหลักฐานไบเบี้ยภาคพันธสัญญาใหม่ฉบับคิงส์ เยมส์และกุรอานฉบับคิงส์ ฟาฮัด
ผมขอเสนอทฤษฏีว่า "ไม้ตีนกามาจากกุรอานไม่ใช่ไบเบี้ย"
ท่านใดจะแย้งผมเชิญครับ ขอหลักฐานในไบเบี้ยและกุรอ่านพร้อมคำแปลและฉบับที่ท่านนำมาอ้างด้วยนะครับ


คำถามคือ
1. โรมันคาทอลิก แท้จริงคืออิสลามกลุ่มที่ปฏิเสธมูฮัมมัด ใช่หรือไม่

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎี"นบีอีซาถูกแขวนคอไม่ใช่ถูกตรึงกางเขน" หลักฐานชัด


นบีอีซาถูกแขวนคอไม่ใช่ถูกตรึงตีนกา (โรมันคาทอลิกไทยเรียกกางเขน) หลักฐานชัด 

เป็นไปได้หรือไม่ที่ไบเบี้ยอาจถูกบิดเบือนจากการถ่ายทอดเพราะจากหลักฐานในฉบับภาษาอังกฤษของคิงส์ เยมส์ นั้นไม่มีคำว่า Crucify ที่แปลว่า ตรึง,ยึดอยู่กับที่ไม่แกว่งไปแกว่งมา แต่พบคำว่า hang ที่แปลว่า แขวน,ตรึงและยึดอยู่กับที่แต่แกว่งไปแกว่งมาได้เหมือนประตู. 

บางส่วนในไบเบี้ย.
30 The God of our fathers raised up Jesus, whom ye slew and hanged on a tree.(Acts 5:30)
30 พระเยซูผู้ซึ่งพวกท่านฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้นั้น พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงให้เป็นขึ้นมาแล้ว(กิจการของอัครฑูต 5:30)

39 And we are witnesses of all things which he did both in the land of the Jews, and in Jerusalem; whom they slew and hanged on a tree (Acts 10:39)
39 เราคือสักขีพยานของกิจการทั้งหมดที่พระองค์ทรงทำในแคว้นยูเดียและในกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาฆ่าพระองค์โดยแขวนไว้ที่ต้นไม้(กิจการของอัครฑูต 10:39)

29 And when they had fulfilled all that was written of him, they took him down from the tree, and laid him in a sepulchre.(Acts 13:29)
29 เมื่อพวกเขาทำทุกอย่างสำเร็จตามที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์แล้ว จึงเอาพระศพลงมาจากต้นไม้และวางไว้ในอุโมงค์.(กิจการของอัครฑูต 13:29)

13 Christ hath redeemed us from the curse of the law, being made a curse for us: for it is written, Cursed is every one that hangeth on a tree.(Galatians 3:13)
13 พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นการสาปแช่งแห่งธรรมบัญญัติ โดยการทรงถูกสาปแช่งเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่ถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง” )(กาลาเทีย 3:13)

จากหลักฐานไบเบี้ยภาคพันธสัญญาใหม่ฉบับคิงส์ เยมส์
ผมขอเสนอทฤษฏีว่า "นบีอีซาถูกแขวนคอไม่ใช่ถูกตรึงตีนกา"
ท่านใดจะแย้งผมเชิญครับ ขอหลักฐานในไบเบี้ยและกุรอ่านพร้อมคำแปลด้วยนะครับ

คำถามคือ
1.แล้วคำว่า ตรึงตีนกา (Crucify) นั้นมาจากไหน